Prapasri Punggenmak

Prapasri Punggenmak

From TUMRAI [QuickNote]

(Redirected from User:Newday)
Jump to: navigation, search
Image:Haed wiki.jpg
ThaiiS > ThaiiSians > Prapasri Punggenmak

ดีไซน์นั้นสำคัญยิ่ง จริงหรือ? Design Matters

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับงานออกแบบข้อที่ 1 : ดีไซน์เป็นเรื่องของรสนิยมคนมีอันจะกิน… เพราะของชิ้นไหนมีดีไซน์ หมายถึงของชิ้นนั้นจะแพงกว่าทั่วๆไป เพราะฉะนั้นดีไซน์จึงเป็นแค่จริตของคนรวย เพราะฉะนั้นดีไซน์จึงหมายถึงข้าวของเครื่องใช้ที่เน้นหน้าตามากกว่าหน้าที่ใช้สอย เพราะฉะนั้นดีไซน์จึงเป็น เรื่องไกลตัวไกลชีวิต….


Image:Highlight1_designu_intro-oct2007.jpg‎


เปล่าเลย ดีไซน์อยู่ใกล้ชิดกับชีวิตคุณจนแยกไม่ออก นับตั้งแต่แรกตื่นที่คุณหยิบ หลอดยาสีฟันบีบลงบนแปรงอย่างสลึมสลือนั่นแหละ ยังไม่นับเวลาแต่งตัว ยืนตากแดดร้อนเปรี้ยงที่ป้ายรถเมล์ พลางนึกก่นด่าในใจว่าไฉนถึงนั่งไม่สะดวกสบาย แถมหมายเลขรถก็อ่านยากอ่านเย็น ทั้งหมดนี้คือดีไซน์ทั้งนั้น …ดีไซน์ที่ดีพร้อมทั้งหน้าตาและประโยชน์ใช้สอย หรือว่าดีไซน์ที่เด่นในด้านใดด้านหนึ่งและขาดการรองรับใน อีกด้าน หรืออีกทีก็คือดีไซน์ที่ล้มเหลวในการตอบโจทย์ทั้งสองทาง

ในบทบาทหน้าที่แรกของมัน ดีไซน์คือการออกแบบทุกอย่างให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น และเราหมายถึงทุกอย่างจริงๆ ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นนัก ออกแบบ นักลงทุน คนมีอันจะกิน หรือคนมีแค่พอได้กิน ทุกอย่างรอบชีวิตคุณยังรอความคิด รอการเข้าไปให้ ความเห็น การเข้าไปเสนอไอเดีย ออกแบบ พัฒนาแบบ สลายแบบ หรืออะไรก็ตามแต่ ให้มันตอบสนองชีวิต ได้ดีขึ้น

คุณพร้อมจะเข้ามาร่วมทำลายความเข้าใจผิดของงานออกแบบข้อที่ 1 กับเราหรือยัง เรื่องใกล้ตัวที่สุดอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนมองข้าม ดีไซน์มีอิทธิพลอย่างไรในชีวิตเราทั้งกับชีวิตประจำวัน กับสังคมที่เราอยู่อาศัย กับเศรษฐกิจของชาติ หรือแม้กระทั่งกับวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ ทัศนะที่แตกต่าง หลากหลายนั้นขึ้นอยู่กับความหมายของคำๆนี้ในโลกของคุณด้วย ในวันนี้ เราไม่อยากให้คุณขังคำว่าดีไซน์ อยู่แค่ในโจทย์ของความงามประดิษฐ์เท่านั้น เราอยากให้ทุกคนมองมันให้รอบขึ้นอีก เพราะในความเป็น จริงแล้ว ไม่ว่ามันจะดีจะร้าย จะสวยงามหรือน่ารังเกียจ ทุกสรรพสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นบนโลกใบนี้ …นั่นคือดีไซน์

เกจิแห่งโลกดีไซน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า ดีไซน์คือลูกบิดประตูที่คุณเปิดปิดอยู่ทุกวัน คือการ์ตูนเรื่องนั้น ที่คุณหัวเราะจนท้องแข็ง คือแปรงสีฟัน คือห้องคอนโดมิเนียมชั้น 28 คือความโรแมนติกใต้แสงเทียนในวัน ครบรอบแต่งงาน และคือสมบัติบ้าทุกชิ้นที่แสดงความเป็นคุณ

จากคำกล่าวข้างต้น ดีไซน์ก็คือสิ่งที่ตัวคุณและคนอื่นๆสร้างขึ้นเพื่อเป้าหมายบางอย่างเฉพาะเจาะจง ไม่มี อะไรในโลกนี้ที่คุณบังเอิญซื้อมา หรือบังเอิญมีไว้ในครอบครองหรอก มันเป็นความตั้งใจของใครบางคนเสมอ (เช่นว่า คุณอาจไม่เคยคิดอยากได้ขีปนาวุธนิวเคลียร์ แต่วันหนึ่งมันอาจจะตกลงมาในสนามหลังบ้านของคุณ ก็ได้) ฉะนั้นแล้ว จงรับรู้ไว้เถอะว่าดีไซน์ก็เหมือนคู่ชีวิตนั่นแหละ คุณต้องวุ่นวายอยู่กับมันทุกวัน ไม่ทางตรง ก็ทางอ้อม ไม่คุณเลือกมัน มันก็เลือกคุณ

เราลองมองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ดีไซน์ที่ดีๆกัน มีงานดีไซน์นับหมื่นแสนที่ถูกสร้างและพัฒนาขึ้น ภายใต้ความตั้งใจดี สิ่งเหล่านี้ทำให้มนุษย์โลก (รวมทั้งตัวคุณ) มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ง่ายขึ้น สบายขึ้น ทุกอย่าง ขึ้นๆๆๆไปหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมการบริโภค เทคโนโลยีการแพทย์ การคมนาคม หรือการสื่อสาร พูดง่ายๆคือครอบคลุมความต้องการพื้นฐานตามธรรมชาติของมนุษย์แหละ แต่ ดีไซน์ทีดีจะยกระดับมันขึ้นไปอีกอย่างถูกต้องตามกาลเทศะ

จากตะเกียงน้ำมันสู่หลอดประหยัดไฟ… จากครกสู่เบลนเดอร์… จากเครื่องเล่นแกรมโมโฟนสู่ Apple iPod … จากรถม้าสู่รถไฟฟ้าBTS… จากผ้าอ้อมสู่กางเกงแพมเพอร์ส… ฯลฯ

ต่อไปในอนาคต ใครจะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันจะถูกต่อยอดไปเป็นอะไรได้อีก แต่ก็นี่ล่ะคืองานที่ดีไซเนอร์ระดับ เจ้ายุทธภพเขามุมานะทำกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นึกดูสิว่าตั้งแต่เราเกิดมาจนโต โลกแห่งดีไซน์พะเน้า พะนอเอาใจใส่เรามากขนาดไหน

แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องจำเป็นที่ดีไซน์ต้องเติบโตและถูกใช้อย่างเหมาะสมตามบริบทที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วเรื่องแย่ๆก็อาจเกิดขึ้นกับชีวิตคุณได้เหมือนกัน ในบ้านเรามีตัวอย่างให้เห็นชัดๆอย่างเพียบ ทั้งที่ดีและแย่ (ขอยกตัวอย่างสามสี่ข้อจากมุมมองของคนกรุง)

ทางเดินสกายวอล์คจากเพลินจิตถึงสยาม - ดีไซน์ได้เรื่อง สะดวกมากทั้งต่อนักท่องเที่ยว นักช้อป และคนทั่วไปที่ต้องทำธุระละแวกนั้น ประหยัดเวลาและน้ำมันรถ ไม่โดนแดดโดนฝน หลีกเลี่ยงรถติดได้

ถนนและสะพานข้ามแยกบริเวณห้าแยกลาดพร้าว - ดีไซน์ไม่เอาเรื่อง สับสนจนอาจเกิดอันตราย ถ้าใครไม่คุ้นชินเส้นทาง รับรองว่าเข้าเลนผิดๆถูกๆแน่นอน เสี่ยงต่อการถูก ตำรวจจับ หรือไม่ก็เฉี่ยวชนเกิดอุบัติเหตุ (รถแท็กซี่ตั้งชื่อเล่นให้แล้วว่าห้าแยกปัญญาอ่อน)

ถุงใส่ของร้อนแบบมีหูหิ้ว (กาแฟโบราณ) - ดีไซน์ได้เรื่อง ไม่ต้องเปลืองหนังสติ๊กอีกต่อไป หิ้วกลับบ้านและเดินกินได้อย่างสะดวก

ถุงพลาสติกก๊อบแก๊บแบบเจาะรูรั่ว - ดีไซน์ไม่เอาเรื่อง กลัวอะไรแบบไร้สาระ ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพราะถุงจะใช้ได้ครั้งเดียว แทนที่จะนำไปใช้เป็นถุงขยะต่อได้

หม้อสุกี้ส่วนตัวขนาดเล็ก - ดีไซน์ได้เรื่อง เดี๋ยวนี้การกินสุกี้ไม่ใช่กิจกรรมครอบครัวเสมอไป ฉะนั้นถ้าอยากไปกินคนเดียวหรือกับแฟนสองคน คุณก็ทำได้

ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ - ดีไซน์ไม่เอาเรื่อง ด้วยความที่กรุงเทพรถติดมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะทำนายเวลาที่รถเข้าจอดป้ายได้แม่นยำ

ไม้แบดตียุงไฟฟ้า - ดีไซน์ได้เรื่อง เป็นการประยุกต์ดีไซน์ของไม้ตีแมลงวันที่เหมาะสมกับความเป็นจริง เพราะเดี๋ยวนี้ยุงเยอะกว่าแมลงวันอีก

ครีมหน้าขาว - ดีไซน์ไม่เอาเรื่อง สร้างทัศนคติผิดๆในสังคมว่าหน้าขาวคือสวย บ้านเราแดดแรงขนาดนี้ ถ้าคนทำงานกลางแดด หน้ามันจะ ขาวได้ยังไง (ถ้าทำได้ คงต้องใช้เคมีแรงมาก) ควรทำครีมหน้าดำสม่ำเสมอ หรือหน้าทนสิ่งสกปรกจะดีกว่า

ในบ้านเมืองเรานี้ยังมีทรัพยากรและของดีอีกมากที่รอการสัมผัสจากพลังของดีไซน์อยู่ สิ่งดีเหล่านี้มันฝังอยู่ใน จิตวิญญาณของเราๆท่านๆทุกคน แค่มันไม่เคยถูกนำมาเพิ่มพลัง เท่านั้นเอง ที่ผ่านมาเรามัวขี้เกียจ คิดแต่จะรับ เอาพลังของคนอื่นมาใช้ ไปๆมาๆเลยตกเป็นทาสเสพติดพลัง (สมอง) ของคนอื่นเขา แม่ค้าส้มตำคนหนึ่งบอก เราว่าโลกาภิวัฒน์นี่แหละทำให้คนไทยติดนิสัยคิดไม่เป็น เป็นแต่ลอก คุณว่าจริงไหม มันใช่ความผิดของโลกาภิวัฒน์หรือ?

วันนี้ ในยุคที่โลกทั้งโลกได้ก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) บทบาทของดีไซน์ ความคิดและการรับรู้ต่อดีไซน์มีความสำคัญยิ่งยวดอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถ้าเราเชื่อมั่น (อย่างที่คนทั้งโลกเขาเชื่อ) ว่าดีไซน์คือปัจจัยที่จะพัฒนาชีวิตในทุกๆด้านให้ดีขึ้นจริง (ไม่แต่เฉพาะด้านสุนทรียศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์) ทุกคนในโลกรวมทั้งตัวคุณย่อมสามารถจะใช้ดีไซน์เพื่อผลลัพธ์ดังกล่าวได้ เริ่มต้นจากตัวเอง บ้านช่องที่อาศัย เอาแค่เรื่องใกล้ตัวก่อนก็ได้ ลองสังเกตดู สมัยพ่อแม่เรายังเด็ก เขาเคยคิดเอาถ้วยข้าวต้มใส่น้ำก๊อกไปรองขา ตู้กับข้าวเพื่อไม่ให้มดขึ้น เคยคิดเอามอเตอร์ไปติดรถสามล้อถีบ พวกนี้คือหลักฐานของวิวัฒนาการทางดีไซน์ ทั้งสิ้น ภูมิปัญญาจากวันวานนั้นรอคอยการต่อยอดจากคนรุ่นหลังอยู่เสมอ ขอแค่เราต้องไม่หยุดคิดที่จะทำ ที่จะใช้ และสนับสนุนการเติบโตเหล่านี้ เพราะในโลกโลกาภิวัฒน์ เมื่อเราหยุด นั่นคือเราถอยหลัง เป็นสัจธรรม ที่คุณๆก็รู้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราหยุดบริโภคดีไซน์ไม่ได้ ฉะนั้นจงเริ่มต้นด้วยการเปิดรับและเข้าใจถึงอิทธิพลของมันเสีย แต่วันนี้ เราจะได้ควบคุมและใช้มันได้อย่างเหมาะสมเพื่ออนาคต (ที่ดีกว่า) ของเราเอง

ข้อมูลจาก : www.tcdcconnect.com


..........................................................................................................................................


อาหารกับการออกแบบ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความอร่อยของอาหารแต่ละชนิดเกิดจากการสร้างสรรค์รสชาติ ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน อาหารอร่อยสามารถสนองประสาทสัมผัสของคนเราได้ครบทั้งตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ โครงสร้างของอาหารอาจมีความ คล้ายกับงานออกแบบ จึงไม่แปลกที่มีนักออกแบบรวมและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารดึง 2 ศาสตร์มารวมเป็นหนึ่ง การออกแบบเข้าที่เข้ามาไม่ใช่เพียงเพื่อสวยงาม แต่ยังคำนึงถึงพฤติกรรมการรับประทาน สร้างเอกลักษณ์และเพิ่มมูลค่า ให้กับสินค้าอาหารนั้นด้วย

สถาปัตยกรรมในอาหาร

Image:Macaroni.jpg‎

เดิมทีมักกะโรนีรูปร่างต่างๆ ก็เกี่ยวพันกับสถาปัตยกรรมอยู่เหมือนกัน เพราะพัฒนาโครงสร้างโดยคำนึงถึงความเหมาะสม ในการรับประทาน แต่อาจไม่มีนักทำอาหารยอมรับอย่างชัดเจน นิทรรศการสถาปัตยกรรมมักกะโรนี (Macaroni Exhibition of Architects) เมื่อปี 1997 ที่ญี่ปุ่น เลยคิดเป็นจริงเป็นจัง ชักชวนให้สถาปนิกมาออกแบบรูปร่างของ มักกะโรนีให้มีฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้น ทั้งแบบที่ทำให้ซอสเกาะติดได้มาก แบบเคี้ยวสนุก กลมกลืนกับซอสหรือง่ายต่อการผลิต จำนวนมาก งานนี้จึงกลายเป็นงานอ้างอิงที่ผู้คนจากฝั่งอาหารและสถาปัตย์ให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางและนำมา ปรับใช้ในสูตรทำมักกะโรนีจริงๆ อีกด้วย


พอดีปากพอดีคำ

Image:Fruitpuff.jpg‎

ในเมืองไทย ของฝากอย่างผลไม้พับผสมแป้งที่แต่เดิมนิยมย่างเป็นรูปวงกลมแบนๆเท่านั้น ร้านของฝากกุลนารถ ที่จันทบุรี ธุรกิจแปรรูปผลไม้ ได้เพิ่มความแปลกใหม่เข้าไปโดยนำขนมมาม้วนเป็นรูปกรวย ผลที่ได้คือสวยงามเมื่อจัดเรียงในกล่อง และยังรับประทานง่ายพอดีในหนึ่งคำ เมื่อเทียบกับขนมในแบบเดิมที่กัดแล้วแตกมีเศษขนมร่วงบนตัก ผลไม้พับนี้จึงได้รับ รางวัลสินค้าโอทอปดีเยี่ยม และเข้าสู่การตลาดแบบโมเดิร์น เทรด ไปจนถึงตลาดส่งออก

Image:Chocobar.jpg‎

ชอคโกแลตบาร์ยี่ห้อ Lagrange 34 ของอิตาลี ที่เกิดจากความร่วมมือของร้านชอคโกแลตระดับอาจารย์ในเมืองตูริน และบริษัทออกแบบที่นิยมงานแบบคิดนอกกรอบ หยิบเส้นสายของดีไซน์แปลกตาบวกกับความอร่อยแบบเดิม โดยคำนึง ถึงความง่ายในการหยิบ กัด หัก ชอคโกแลตบาร์แบบสะดุดตานี้ จึงสามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มและโอกาส มากขึ้น


Cresdit ภาพ: http://www.ndc.co.jp/hara/home_e/macaroni/index.html http://www.kullanard.com/product-th.htm http://www.lagrange34.com/english/what.htm